8 กุมภาพันธ์ 2562 ขอนแก่น ขึ้น "บัญชีดำ" พวกเผาอ้อย ฝุ่นพิษพุ่ง

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1491016

ฝุ่นพิษลดลงเกือบทุกพื้นที่แล้วหลังมีการดำเนินมาตรการลดฝุ่นอย่างเข้มข้น กองบัญชาการตำรวจจราจรยังไม่วางใจในสถานการณ์ ปฏิบัติการต่อลดมลพิษในอากาศ จัดเจ้าหน้าที่ 20 ชุดตรวจเข้มข้นรถควันดำ ด้านกระทรวงคมนาคมยังลุยตรวจควันดำรถบรรทุกลดฝุ่นพิษ ผู้ประกอบการพร้อมใจร่วมมืองดวิ่งรถบรรทุกเข้ากรุงช่วงกลางวัน วอนภาครัฐหนุนใช้ก๊าซเอ็นจีวี และลดภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า กระทรวงอุตสาหกรรมแจงผลตรวจสอบโรงงานกว่า 2 พันแห่งไม่พบค่าฝุ่นละอองเกินกำหนด ขอนแก่นวาง 4 มาตรการปราบฝุ่น ขึ้นบัญชีดำเกษตรกรที่เผาอ้อยส่งเข้าโรงงาน แม้จะเป็นข่าวที่น่ายินดีว่าค่าฝุ่นพิษลดลงเกือบทุกพื้นที่ที่เคยมีปัญหา แต่หลายฝ่ายยังไม่วางใจในสถานการณ์ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เฉลี่ย 24 ชม. ลดลงจากเมื่อวันที่ 6 ก.พ. เกือบทุกพื้นที่ มีค่าฝุ่นละอองที่ 12-38 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันคาดการณ์สถานการณ์ จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM 2.5 ในวันที่ 8 ก.พ. ปริมาณ PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยเหตุที่ค่าฝุ่นลดลงมาจากการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง เกี่ยวกับมาตรการ “One Transport ปลอดฝุ่น PM 2.5” ว่า สาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นมาจากการใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ ขณะนี้ภาครัฐได้รณรงค์ลดการปล่อยควันดำ โดยตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถโดยสารประจำทาง ของ บขส.พร้อมให้เปลี่ยนการใช้น้ำมันจากดีเซลเป็นบี 20 มาตรการลดฝุ่นจะให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะแค่ช่วงเวลานี้และหากจะแก้ปัญหาทั้งระบบ ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย โดยทั้ง 2 องค์กรยินดีให้ความร่วมมือในการดูแลเครื่องยนต์ให้สะอาดไม่ปล่อยควันดำ เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย รักษาการประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันรถบรรทุกที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก มีกว่า 1 ล้านคัน แต่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ แค่ 2.4 แสนคัน สมาชิกทั้งหมดให้ความร่วมมือกับภาครัฐ มาโดยตลอด ในการไม่ทำผิดกฎหมาย การแก้ปัญหา ระยะเร่งด่วน สหพันธ์ฯจะปรับเวลาการวิ่งของรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซลที่วิ่งเข้ากรุงเทพฯและปริมณฑลจากกลางวันเป็นกลางคืนแทน เพื่อลดปัญหาจราจรแออัดและบรรเทาการเกิดฝุ่นละออง เพราะหากไม่ให้ รถบรรทุกวิ่งเข้ากรุงเทพฯเพื่อส่งสินค้าอาจส่งผลกระทบต่อการอุปโภคและบริโภคของประชาชน ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว วอนให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนส่วนลดราคาก๊าซเอ็นจีวีออกไปอีก จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.62 พร้อมหาแนวทางช่วยลดภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่าจากการติดตั้งเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณพื้นที่หน้าด่านทับช้าง 1 มุ่งหน้าบางพลี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจค่าฝุ่นละอองลดลงอย่างมาก ขณะที่พื้นที่หน้าด่านทับช้าง 2 มุ่งหน้าบางปะอิน ค่าฝุ่นยังไม่ลดลง อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่กรมทางหลวงมีแผนจะติดตั้งเครื่องฉีดพ่นเพิ่มบริเวณสะพานลอยก่อนถึงทางต่างระดับบางขุนเทียน อีก 2 จุด ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ฯหลายรายได้เรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบกจัดทำสัญลักษณ์หรือสติกเกอร์ แสดงให้เห็น ว่ารถได้ผ่านการสุ่มตรวจควันดำบนท้องถนนแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดการเรียกตรวจซ้ำ เพราะนอกจากจะเสียเวลาแล้วยังส่งผลให้รถติดและก่อให้เกิดมลพิษ ฝุ่นละอองได้ ผู้ประกอบการหลายรายยินดีเปิดอู่รถของตนเองให้เป็นจุดตรวจควันดำโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงการกวดขันจับกุมรถควันดำต้นเหตุทำให้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานว่า ช่วงแรกใช้แผนตั้งจุดตรวจควันดำประจำจุดต่างๆ หลังจากวันที่ 1 ก.พ. พบว่ามีรถส่วนหนึ่งหลบเลี่ยงการตรวจและฝ่าฝืนนำรถที่มีควันดำมาใช้ จึงเปลี่ยนไปใช้มาตรการเชิงรุกตั้งชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่ 5 ชุดเข้าไปจับกุมได้วันละ 500-600 รายต่อวัน ขณะนี้ลดลงเหลือวันละประมาณ 400 กว่าราย สันนิษฐานว่าผู้ประกอบการหรือผู้ที่ขับรถน่าจะไม่นำรถควันดำออกมาใช้ เพราะรู้ว่าตำรวจกวดขันจับกุมอย่างเข้มข้น “นอกจากนี้ ยังเชิญสมาคมรถบรรทุก ผู้ประกอบการต่างๆ ขอความร่วมมือให้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ หากต้องการให้ บก.จร.เข้าไปตรวจยินดีไปตรวจให้ ทั้งนี้ จากมาตรการเข้มรถควันดำทำให้ผู้ประกอบการรถขนส่งสาธารณะและรถบรรทุก ทำให้ปริมาณรถควันดำบนท้องถนนลดลง หากตรวจพบรถควันดำเกินกฎหมายกำหนดถ้าเป็นรถใหญ่จะพ่นสีบ่งบอกว่าห้ามขับเข้าในพื้นที่กวดขัน ส่วนรถเล็กกรมควบคุมมลพิษจะติดสติกเกอร์แทน ด้านผลการจับกุมรถควันดำจนถึงวันที่ 4 ก.พ. มีรายงานว่าจับกุมได้เกือบ 8,000 ราย” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของกระทรวง ได้ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีความเสี่ยงที่จะก่อมลพิษทางอากาศในพื้นเสี่ยงทั่วประเทศ รวม 2,095 โรง ไม่พบโรงงานที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน แต่พบการกระทำผิดในส่วนอื่นๆจำนวน 45 โรงงานจึงได้สั่งการให้แก้ไขปรับปรุง จำนวน 35 โรง ให้หยุดประกอบกิจการจำนวน 3 โรง และอื่นๆ จำนวน 7 โรง ส่วนกลุ่ม โรงงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนอกจากจะมีการติดตั้งระบบบำบัดต่างๆแล้วยังมีผู้ควบคุมเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการควบคุมระบบบำบัดต่างๆ ปัจจุบันมีโรงงาน 2,000 โรงงานจากผลการตรวจวัดฝุ่นละอองของโรงงานในกลุ่มนี้ พบว่า มีค่าการระบายฝุ่นรวมเฉลี่ย 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอากาศ

ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ตอนสายวันที่ 7 ก.พ. ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อมนัดไต่สวนครั้งแรก พิจารณาคำขอกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนย่านจตุจักร-บางเขน-ลาดพร้าว ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานเป็นผู้ฟ้อง โดยขอให้สั่งนายกรัฐ มนตรีกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันควบคุม ระงับ หรือบรรเทาอันตราย และความเสียหายที่เกิดจาก ปัญหาฝุ่นละอองดังกล่าวอย่างทันท่วงทีภายใน 3 วันนับแต่ศาลมีคำสั่งและให้นายกฯสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดยึดกำแพงเพชรโมเดลเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ ด้วยการสั่งห้ามเผาไร่อ้อยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ห้ามเผาซังนาข้าวหลังเก็บเกี่ยว ขอให้ศาลสั่งผู้ว่าฯ กทม.ออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาฝุ่นพร้อมเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับฝุ่นพิษ ห้ามตัดต้นไม้ที่มีอยู่บริเวณริมทางเท้า-ริมถนนโดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นการตัดแต่งเพื่อความสวยงาม หรือป้องกันอุบัติภัยเท่านั้น

ที่จังหวัดขอนแก่น ผวจ. ขอนแก่นเรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ก.พ. มีค่าฝุ่นสูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดย ได้เชิญตัวแทนโรงงานน้ำตาลในจังหวัดขอนแก่น อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น สมาคมชาวไร่อ้อยอีสานกลาง และสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาค 10 วาง 4 มาตรการลดฝุ่นละออง คือ ต้องบังคับใช้กฎหมายการเผาอ้อยอย่างเคร่งครัด โรงงานจะต้องวางมาตรการเรื่องอ้อยที่จะนำเข้าโรงงาน หากมีอ้อยที่เผาถูกนำเข้าโรงงาน ให้ขึ้นบัญชีดำเกษตรกรที่นำอ้อยแบบเผามาส่ง ยืดเวลาการปิดหีบอ้อยจากวันที่ 10 เม.ย.ออกไป และตั้งคณะอนุกรรมการรับซื้ออ้อยส่วนหน้าตามอำเภอต่างๆ ที่มีอยู่ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นหาอ้อยที่มีการเผา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า วันเดียวกันนี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสห-ประชาชาติ (WMO) ระบุว่า ในรอบ 4 ปีหลัง โลกมีอุณหภูมิร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกสถิติมา เป็นสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่าปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (ภาวะโลกร้อน) ระยะยาวได้เกิดขึ้นต่อเนื่อง สรุปด้วยว่าอุณหภูมิ พื้นผิวโลกของปี 2561 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 องศาเซลเซียส (1.8 องศาฟาเรนไฮต์) สูงกว่าระดับค่าบรรทัดฐานช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม และในปี พ.ศ.2562 จะยังเกิดภัยพิบัติเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนเหมือนกับปีที่แล้ว เช่น เดือน ม.ค. 62 ออสเตรเลียเพิ่งเผชิญสภาพอากาศร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมเตือนภาวะคลื่นความร้อน (ฮีตเวฟ) ระดับเข้มข้นจะเกิดบ่อยครั้งมากขึ้นอันเป็นผลจากภาวะโลกร้อน WMO ยังแถลงเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้วว่า พ.ศ.2561 จะถือเป็นปีสภาพอากาศร้อนที่สุดเป็นลำดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกมา ดังนั้นต้องมีมาตรการเร่งด่วนจัดการภาวะโลกร้อนที่ควบคุมไม่อยู่ ก่อนหน้านี้ มีรายงานสภาพอากาศโลกขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) กับสำนักงานมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ระบุทำนองเดียวกันว่า ปีที่แล้วเป็นปีที่อากาศโลกร้อนที่สุดเป็นลำดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่